10 ต้องและ 10 ไม่ ข้อคิดที่ได้จากพิชัยสงครามสามก๊ก

10 ต้องและ 10 ไม่ ข้อคิดที่ได้จากพิชัยสงครามสามก๊ก

ใจจริงแล้ว  ผู้เขียนอยากนำข้อมูลมาลงในทุกๆ สัปดาห์ แต่ติดปัญหาในเรื่องของเวลาทำงาน ทำให้ไม่สามารถนำข้อมูลใหม่ๆมาลงได้ดังใจ หลายๆ ครั้ง จั่วหัวเรื่องเอาไว้ ก็ไม่ยอมเขียนให้จบเสียที ทำให้ไม่ได้นำเรื่องใหม่มาลงเป็นระยะเวลานาน

หลังจากที่ไม่สบายไปสองวัน  จึงทำให้ผู้เขียนได้มีโอกาสกลับไปรื้อหนังสือเก่าๆ  ขึ้นมาอ่าน  ได้หนังสือเล่มหนึ่ง  ชื่อว่า "บริหาร SMEs ด้วยกลยุทธ์ สามก๊ก" โดย คุณเปี่ยมศักดิ์ คุณากรประทีป ซึ่งเป็นเรื่องที่นำเอาเนื้อหาของวรรณกรรมสามก๊ก  มาเปลี่ยนมุมมองใหม่  โดยในมุมของผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเป็นไอเดียที่ดีมาก ถ้าใครได้เคยอ่านสามก๊กแล้ว คงจะเข้าใจว่า วรรณกรรมฉบับนี้ มีคุณค่าและน่ายกย่องเพียงใด เพราะสามก๊กไม่เป็นเพียงแต่เป็น นิยายสงครามเรื่องเยี่ยมเท่านั้น แต่วรรณกรรมเรื่องนี้ ให้แง่คิดและหลักปรัญญา รวมทั้งตัวอย่างการบริหารงานผู้บริหารหรือเจ้าเมืองก๊กต่างๆ ซึ่งมีทั้งสำเร็จและล้มเหลว หลายๆ กรณีเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์ ให้พวกเราได้ศึกษากัน

ผู้เขียนขอยกตัวอย่าง การวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์ของกุนซือของโจโฉท่านหนึ่ง ชื่อว่า กุยแก ในศึกยุทธการกัวต๋อ ซึ่งเป็นยุทธการสะเทือนแผ่นดิน ที่โจโฉ นำทัพเพียงเจ็ดหมื่น ไปรบกับกองทัพของอ้วนเสี้ยว ซึ่งมีไพร่พลมากถึง เจ็ดสิบหมื่น ซึ่งมากกว่ากันถึงสิบเท่า ก่อนการเปิดศึก ทางโจโฉเอง ก็หวั่นกำลังแสนยานุภาพของอ้วนเสี้ยวอยู่เหมือนกัน แต่ กุยแกซึ่งเป็นเสนาธิการเอกของโจโฉ ได้วิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อน ของโจโฉและอ้วนเสี้ยวไว้ เป็นตัวอย่างสุดคลาสสิก ที่ทันสมัยมาจนถึงปัจจุบัน เรียกว่า "ชัยชนะ 10 ประการของโจโฉ และความพ่ายแพ้ 10 ประการของอ้วนเสี้ยว" ที่นักบริหารในยุคปัจจุบัน ควรนำไปศึกษา โดย มีทั้งหมด 10 ข้อ ดังต่อไปนี้

1. โจโฉจะทำการใดก็ไม่ได้ถือยศถาบรรดาศักดิ์ แม้ผู้น้อยคัดค้านท่านยินดีรับฟังความคิดเห็น ส่วนอ้วนเสี้ยวนั้นจะทำการใดก็ถืออิสริยยศไม่ฟังคำผู้ต่ำศักดิ์

2. โจโฉมีน้ำใจโอบอ้อมอารีต่อคนทั้งปวงทั้งยังถือรับสั่งของพระเจ้าแผ่นดินเป็นประมาณ คนทั้งหลายก็น้อมรับ ส่วนอ้วนเสี้ยวเป็นคนหยาบช้าจะทำการสิ่งใดก็ทำด้วยโวหารไม่ได้มีความจริงใจและตั้งใจ

3. โจโฉจะว่ากล่าวสิ่งใดก็เป็นเด็ดขาดมั่นคง ทำให้คนทั้งปวงยำเกรง ส่วนอ้วนเสี้ยวทำกิจการใดมิได้มีสิทธิ์ขาดโลเลไม่แน่นอน

4. ใจของโจโฉนั้นตั้งอยู่บนความสัตย์ และเลี้ยงทหารโดยยุติธรรม ถึงญาติพี่น้องผิดก็ว่ากล่าวไม่เข้าข้างผู้ผิด ส่วนอ้วนเสี้ยวนั้นเห็นแก่ญาติพี่น้องของตนเป็นใหญ่มิว่ากล่าวตักเตือน

5. โจโฉมีความตั้งใจทำงานต่างๆ จนประสบความสำเร็จไม่ว่าจะเกิดปัญหาใดๆ ก็สามารถแก้ไขได้ ส่วนอ้วนเสี้ยวนั้นมักทำงานกลับผิดเป็นถูกไม่ได้ตั้งมั่นอยู่บนความสัตย์

6. โจโฉรักใครก็รักโดยสุจริตไม่ได้มุ่งหมายคิดร้าย ส่วนอ้วนเสี้ยวนั้นต่อหน้าว่ารักลับหลังว่าชัง

7. โจโฉเลี้ยงผู้อยู่ไกลหรือใกล้ถ้าดีแล้วจะเลี้ยงโดยเท่าเทียมกัน ส่วนอ้วนเสี้ยวนั้นมักรักคนใกล้ชิด ผู้ใดห่างเหินต่อให้มีความสัตย์ก็มีใจชัง

8. โจโฉคิดการสิ่งใดก็พิจารณาอย่างรอบคอบไม่สั่งงานด้วยอารมณ์ อ้วนเสี้ยวกระทำการใดๆ เพราะฟังคำยุยง

9. โจโฉจะทำการสิ่งใดก็ถือเอาขนบธรรมเนียมเป็นที่ตั้ง ส่วนอ้วนเสี้ยวนั้นจะทำการสิ่งใดก็ถือเอาใจตนเป็นใหญ่ไม่ฟังใคร

10.โจโฉชำนาญในกลศึกสงครามถึงกำลังข้าศึกมากก็สามารถพิชิตชัยได้ ส่วนอ้วนเสี้ยวนั้นมิได้รู้กลศึกแต่มักพอใจทำศึกล่อลวงจนไม่สามารถประเมินสถานการณ์ได้

โดย LittleConqueror
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ไม่มีหมวดหมู่ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s