2 เหตุผลที่ไม่ควรกินถั่วเหลือง(+เต้าหู้)มากเกิน

 

ถั่วเหลืองและเต้าหู้ได้รับความนิยมในฐานะ "ซูเปอร์อาหาร (superfood)" มากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี ช่วยให้กระดูกแข็งแรง ช่วยลดอาการหลังหมดประจำเดือน และอาจช่วยป้องกันมะเร็งเต้านม

อังกฤษ (UK) นำเข้าถั่วเหลืองปีละล้านตันขึ้นไป กล่าวกันว่า อะไรที่ "ดี" ถ้าขาดความ "พอดี" แล้วอาจจะทำให้เกิดผลร้ายได้

อ.ดร.มากาเร็ต ริชชี แห่งมหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูว์ อังกฤษ (UK) กล่าวว่า เหตุผลที่ไม่ควรกินถั่วเหลืองหรือเต้าหู้มากเกินได้แก่

·         (1). อาจทำให้ระดับฮอร์โมนเพศชาย (testosterone) ลดลง อาจทำให้นกเขาไม่ขัน มีลูกยาก หรือความสนใจเรื่องในมุ้งลดลง

·         (2). อาจรบกวนการทำงานของต่อมธัยรอยด์ ทำให้น้ำหนักขึ้น ง่วงเหงาหาวนอน ไม่ทนหนาวได้

คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเอดินเบรอ สกอตแลนด์ ทำการทดลองในลิงหนุ่มพบว่า การกินถั่วเหลือง หรือผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองมากเกิน ทำให้ระดับฮอร์โมนเพศชาย (testosterone) ลดลง

การศึกษาจากญี่ปุ่นหลายรายงานพบว่า การกินผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองมากๆ รบกวนการทำงานของต่อมธัยรอยด์ ทำให้เพลีย หงุดหงิดง่าย และน้ำหนักขึ้นได้

กลไกที่เป็นไปได้คือ สารจากถั่วเหลืองไปรบกวนการนำไอโอดีนเข้าเซลล์ (iodine uptake) สารอื่นๆ ที่มีฤทธิ์คล้ายๆ กัน (ถ้ากินมากพอ) ได้แก่ หัวผักกาด (turnips), กะหล่ำปลี, ถั่วลิสง, พายนัท (pine nut)

ถั่วเหลือง 100 กรัม (= 1 ขีด) มีสารไฟโทเอสโทรเจน (phytoestrogen = ฮอร์โมนพืช ออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเพศหญิงอย่างอ่อน… อ่อนกว่าฮอร์โมนทั่วไปประมาณ 20,000 เท่า) 12.9 มิลลิกรัม

 

น้ำเต้าหู้ นมถั่วเหลือง โยเกิร์ตถั่วเหลือง 100 กรัม มีไฟโทเอสโทรเจน 11.8 มิลลิกรัม คนเรามีโอกาสได้รับสารนี้มากเกินจากน้ำเต้าหู้หรือนมถั่วเหลืองมากกว่าเต้าหู้ในรูปของแข็ง เนื่องจากคนเรากินอาหารในรูปของเหลวได้มากกว่าของแข็ง

เรื่องถั่วเหลืองก็คล้ายกับอีกหลายๆ เรื่องในชีวิต คือ ดีอย่างเดียวไม่พอ… ต้องขอความพอดีด้วย

ถึงตรงนี้… ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

… 

ที่มา                                                     

·         Thank MailOnline >  Stacey. Nicholson. Why soya may not be such a super food after all> [ Click ] > 25 April 2009. / Source > Nutrition.

·         นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ โรงพยาบาลห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์. ยินดีให้นำไปเผยแพร่โดยอ้างอิงที่มาได้. ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า >  > 26 เมษายน 2552.

·         ข้อมูลทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.

ข้อความนี้ถูกเขียนใน ไม่มีหมวดหมู่ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s